16
มี.ค.
Off

วิจารณ์หนัง Beauty and the Beast ความซื่อตรงแด่งานต้นฉบับ

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเรื่องราวของ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ยิ่งไปกว่านั้น แอนิเมชั่นเรื่องนี้ สามารถกล่าวได้ว่า นี่เป็นการ์ตูนสามัญประจำบ้านสำหรับการเลี้ยงเด็กสักคนให้เรียนรู้พฤติกรรมของตัวละครอย่างเบลล์ ที่มีอุปนิสัยในการรักการอ่านและตั้งคำถามถึงโลกภายนอก ขณะที่เราก็ได้บทเรียนจากบีสต์หรืออสูรว่า การฝึกฝนหัดเป็นคนใจเย็นนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น และเหนืออื่นใดคือการอย่าด่วนตัดสินใจจากการมองคนแต่ภายนอก แต่ให้ใช้เวลาและมองลึกไปถึงข้างในจิตใจแล้ว เราจะได้พบกับความงดงามอีกแบบด้วย
ขณะที่ความยอดเยี่ยมของแอนิเมชั่นเรื่อง Beauty and the Beast สามารถทำสติในการเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกที่มีโอกาสได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ความงดงามของหนังเรื่องนี้มีทั้งบทภาพยนตร์ที่โรแมนติก เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย เพลงประกอบอันไพเราะและคลาสสิคในทุกยุคสมัย ยังไม่รวมไปถึงกระบวนการสร้างที่เนรมิตฉากไคลแมกซ์ให้งดงามราวกับมีเวทย์มนต์
การหยิบ “ของเก่า” เอามา “เล่าใหม่” ในครั้งนี้ ดิสนีย์เองก็ไม่ได้เลือกที่จะบิดเส้นเรื่อง หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆจากเวอร์ชั่นเก่าเลย เพียงแต่ใช้คนเอามาแสดง และปรับให้ตัวละครมีที่มาที่ไป มีเลือดเนื้อ มีมิติของความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น ดังที่เราจะได้เห็นจากฉากในช่วงเปิดเรื่องที่มีการเล่าอุปนิสัยของเจ้าชายอสูรก่อนที่จะถูกคำสาป การที่เบลล์ได้มีโอกาสล่วงรู้ว่าแม่เธอเป็นอะไรจนเสียชีวิต หรือกระทั่งการขยายความรู้สึกของเหล่าข้าทาสบริวารในพระราชวังว่าพวกเขาผ่านชีวิตอะไรมาบ้างแบบพอสังเขป
การเพิ่มมิติของตัวละครอาจจะทำให้หนังในเวอร์ชั่นนี้ดูมีอะไรที่จับต้องได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเหมือนกันว่า หลายครั้งที่หนังตัดสลับหรือเล่าเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา หนังเกิดอาการ “สะดุด” ในความต่อเนื่องของอารมณ์อยู่เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการที่หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่มีเวทย์มนต์เป็นองค์ประกอบ การดึงตัวละครให้มีความสมจริง ยิ่งขัดกับโทนหนังของเรื่อง แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงที่ทำให้หนังหมดสนุกแต่อย่างใด
ถ้าหากเราจะเปรียบเทียบระหว่างเวอร์ชั่นดั้งเดิมกับเวอร์ชั่นไลฟ์แอ็คชั่น ซึ่งก็คงบอกกันตามตรงว่าไม่สามารถเทียบกันได้ เนื่องจากมาตรฐานของเวอร์ชั่นดั้งเดิมนั้นทำเอาไว้สูงลิบ ในเวอร์ชั่นนี้ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เดินเรื่องได้สนุกประมาณหนึ่ง และถ้าใครไม่เคยได้ดูต้นฉบับมาก่อนคงจะหลงรักได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามทีโครงการในการดัดแปลงแอนิเมชั่นให้กลายเป็นไลฟ์แอ็คชั่นของดิสนีย์ ก็คงกลายเป็นแห่งบ่อเงินบ่อทองสำคัญของสตูดิโอ เพราะล่าสุด Beauty and the Beast เวอร์ชั่นนี้ทำเงินทั่วโลกไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 300 ล้านเหรียญ กำไรงามขนาดนี้ก็เตรียมดูเรื่องอื่นๆต่อได้เลย

Please follow and like us:
0