สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายก่อน “เรือใบล่ม”

ต้องบอกว่า “เละเทะ” คำเดียว สำหรับขุนพลเรือใบสีฟ้า “แมนฯ ซิตี้” ของ “เป็ป กวาร์ดิโอล่า” หลังจากถูกทีมจากเมืองลิเวอร์พูลอย่าง “เอฟเวอร์ตัน” ยิง 4-0 ซึ่งไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นกับความพ่ายแพ้ขนาดนี้ ส่งผลให้ทีมหลุดอันดับแชมเปี้ยนส์ ลีก หล่นไปอยู่อันดับ 5 ของตาราง

ทั้งๆที่เป้าหมายของทีมในฤดูกาลนี้คือ “แชมป์พรีเมียร์ลีก” เป็นหลัก ถ้าเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้โดยเฉพาะ “เกมรับ” ที่เป็นปัญหาใหญ่ของทีมมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล จบ 6 อันดับแรกก็เก่งแล้ว เอาแค่ดูสถิติการเสียประตูเพียงอย่างเดียวก็รู้แล้วว่ารูรั่วของทีมอยู่ตรงไหน (เสียไป 26 ประตู มากกว่าทีมใหญ่ทุกทีม รวมทั้งทีมที่เป็นรองกว่าอย่าง “เอฟเวอร์ตัน” กับ “มิดเดิ้ลสโบรช์” ซะอีก)

ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะเปิด อาจจะมองว่าทีมโชคร้ายที่ต้องเสีย “แวงซ็องต์ กอมปานี” เซนเตอร์ตัวหลักที่เจ็บไม่รู้จักหาย และเหลือเซนเตอร์อาชีพแค่ 2 คนคือ “นิโกลัส โอตาเมนดี้” ที่อืดเป็นเรือเหลือ กับ “จอห์น สโตนส์” ที่เล่นบอลซื่อ… เหลือเกิน ยิ่งรายหลังถ้าบอกว่าซื้อมาเกือบ 50 ล้านปอนด์ คง “ฮา” ไส้แตก

ภาพของ “สโตนส์” เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ปราดเปรียวไม่เทอะทะเกินไป ยังติดตาอยู่เลยสมัยที่อยู่กับทีมเก่า “เอฟเวอร์ตัน” ที่ถูก “เจอร์เมน เดโฟ” กองหน้าวัย 33 ในตอนนั้นของ “ซันเดอร์แลนด์” หลอกหลังหักแบบไม่เป็นผู้เป็นคน

อย่างเกมล่าสุด ทั้ง 4 ประตูที่เสียไม่ได้มาจากจังหวะตั้งเตะหรือเซตพีซ แต่เป็นจังหวะทำเกมของขุนพลทอฟฟี่ทั้งหมดซึ่งนอกจาก “โอตาเมนดี้” กับ “สโตนส์” ที่มีส่วนรับผิดแล้ว นักเตะในเกมรับคนอื่นต้องร่วมด้วยช่วยกันด้วย อย่างลูกแรกที่เสีย เหตุมาจาก “กาแอล กลิชี่” ส่งบอลเสียให้คู่แข่ง พอถูกบุกมา “ยาย่า ตูเร่” ยืนห่างจาก “เควิน มิรัลลาส” คนรับบอลและส่งบอลต่อให้ “โรเมลู ลูคาคู” ยิง ซึ่ง “โอตาเมนดี้” ที่ยืนต่ำเกินไป หรือ “สโตนส์” คนที่ต้องประกบคนยิงก็ยืนห่างเกินไป

ลูกทีม 2 ที่เสียก็มาจากจังหวะเสียบอลของ “ตูเร่” ก่อนที่ถูกบุกกลับมา ซึ่งแนวรับของทีมทั้ง “สโตนส์” หรือคนอื่นก็ยืนห่างจาก “เควิน มิรัลลาส” คนรับบอลเลี้ยงเข้าไปยิงประตูมากเกินไป ซึ่งถ้ายืนห่างก็ควรจะเช็คล้ำหน้าแต่กลับยืนในระนาบเดียวกัน เรียกว่า “สมควรโดนยิง”

หรือลูกที่ 3 ทั้ง “ตูเร่” กับ “สโตนส์” เสียผู้เสียคนด้วยการถูก “ทอม เดวี่ส์” นักเตะวัยเพียง 18 ปี เลี้ยงบอลแหวกคู่มาจนเป็นเหตุให้เสียประตู ขณะที่ลูกที่ 4 “สโตนส์” เจ้าเดิมเคลียร์บอลแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปติด “เซมุส โคลแมน” บอลกระดอนไปเข้าทาง “ลูคาคู” ยิงเข้าไป

แน่นอนว่าหลังเกมนี้ “เป็ป” ต้องซื้อเซนเตอร์ฮาล์ฟเจ๋งๆเข้ามาในทีมอย่างน้อย 1 คน เพราะในบรรดาแนวรับที่มีอยู่ไม่มีใครพึ่งพาได้ซักคนเดียว มิเช่นนั้นฤดูกาลนี้น่าจะจบลงด้วยการไม่มีอะไรติดไม่ติดมือซักอย่าง และไม่ต้องไปคิดถึงฟุตบอลยุโรปด้วย ขนาดแนวรุกของทีมระดับกลางๆในลีกตัวเองยังเอาไม่อยู่เลย

เรื่องนี้ “เป็ป” ดื้อรั้นมามากพอแล้ว ตั้งแต่ช่วงก่อนตลาดนักเตะเปิดเมื่อปลายปีที่แล้วที่ยังยืนยันว่าจะไม่ซื้อแนวรับเพิ่ม แต่เห็นแบบนี้คงต้อง “เปลี่ยนใจ” นี่คือรูรั่วที่ใหญ่มากของขุนพลเรือใบสีฟ้าที่นับวันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเรือรั่วที่น้ำทะลักเข้ามาในเรือ จนเรือเริ่มจบเร็วขึ้นๆ

สุดท้ายเหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าหนาว 1 เดือนจะปิด นี่คือ “สัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย” ของเรือใบสีฟ้าลำนี้จากแมนเชสเตอร์ ถ้ากัปตันเป็ปยังดื้อตาใสอีก จบฤดูกาลคงได้ “จม” ไปกับเรือแน่คราวนี้

สัญญาณดี! “บิ๊กเน” พอใจผลงานลูกทีมเกมถล่ม “พนมเปญฯ”

หลังจบเกมการแข่งขัน “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า เกมนี้ความมั่นใจของเด็กๆ ที่ลงสนามไปมีมากขึ้น ความลงตัวมากขึ้น ทุกคนมีวินัยและเล่นได้ตามแท็คติก ก่อนแข่งบอกกับทุกคนว่าให้แข่งกับตัวเองเพื่อเป็นตัวจริงเมื่อเปิดฤดูกาลให้ได้ ซึ่งดีใจที่คนที่ได้รับโอกาสทำผลงานได้ดี

“สำหรับสุภโชค หลังจากนี้ต้องสม่ำเสมอมากขึ้น และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองต่อไป ปีนี้บุรีรัมย์ดันนักเตะขึ้นมาหลายคน ดีใจที่ทุกคนที่ขึ้นมามีผลงานดี และพร้อมที่จะเป็นตัวหลักให้บุรีรัมย์ต่อไปได้ 5-10 ปี ก็ดีใจที่ผลงานอคาเดมีเริ่มออกดอกออกผลแล้ว” นายเนวิน กล่าว

นายเนวิน กล่าวต่อว่า ส่วนพนมเปญเกมนี้ก็เล่นได้ดีเช่นกัน แกนหลักของชุดนี้เป็นด็กรุ่นยู-19 ทั้งสิ้น ดังนั้นการเล่นกับบุรีรัมย์ในเกมนี้ก็ได้ประสบการณ์ไป หลังจากนี้ทั้งบุรีรัมย์และพนมเปญ ก็จะเริ่มต้นการเป็นทีมพี่ทีมน้องกัน โดยบุรีรัมย์จะให้โอกาสเยาวชนของสโมสร รุ่นอายุละ 2 คน รวมเป็น 8 คน ทางบุรีรัมย์จะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด มาฝึกซ้อมที่เมืองไทย

ขณะที่สุภโชค ที่ซัด 2 ประตูและคว้าแมนออฟเดอะแมทช์ในเกมนี้ กล่าวว่า สำหรับเกมนี้ให้คะแนนตัวเองเพียง 7 คะแนน ยังคิดว่าสามารถเล่นได้ดีกว่านี้อีก อย่างไรก็ตามฟอร์มวันนี้ต้องขอบคุณสต๊าฟโค้ชและเพื่อนร่วมทีม ที่ช่วยกันทำให้ถล่มเอาชนะคู่แข่งได้ สำหรับฤดูกาลนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ผู้ใหญ่จะให้โอกาส แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด

คาบ้าน! “ราชัน” เมาหมัดเปิดรังพ่าย “เซลต้า” 1-2 ลุ้นต่อเลกสอง

ยาโก้ อัสปาส ยิง 1 จ่าย 1 ช่วยเซลต้า บีโก้ บุกไปชนะ เรอัล มาดริด ถึงถิ่น 2-1 ต้องไปลุ้นต่อในนัดที่สอง ในศึกโกปา เดล เรย์ รอบ 8 ทีมนัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา

ครึ่งแรกสู้กันได้สูสีทำให้เสมอกันไป 0-0 ลงมาครึ่งเวลาหลังนาที 64 เซลต้า บีโก้ ทำเซอร์ไพรส์ ออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะโต้กลับ ธีโอ บอนกอนด้า เปิดบอจากทางกราบเข้าไปในเขตโทษ มาร์เซโล่ สกัดไม่ขาดบอลไปเข้าทางของ ยาโก้ อาสปาส ซัดตุงตาข่าย

นาที 69 มาดริด มาไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ผู้เล่นเซลต้า บีโก้ สกัดบอลมาเข้าทาง มาร์เซโล่ ได้วอลเลย์ซ้ำเข้าประตูไป

แต่อีกนาทีต่อมาแฟน “ราชันชุดขาว” ต้องช๊อก เมื่อ เซลต้า บีโก้ ออกนำอีกครั้ง 2-1 จากจังหวะที่ ยาโก้ อาสปาส แทงบอลทะลุช่องมาให้ จอนนี่ ตัวสำรองหลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เซลต้า บีโก้ บุกเฉือนชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 2-1 โดยเกมเลกที่ 2 จะกลับไปเล่นกันที่สนามบาลาอีโดส บ้านของ เซลต้า บีโก้

แชมป์เก่าโดนแบน! “ชุนบุค” โดนตัดสิทธิ์ ACL 2017 เหตุติดสินบนบอลลีก

คณะกรรมการพิจารณาการเข้าแข่งขัน เอเอฟซี ประกาศตัดสิทธิ์ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส จากการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก จากกรณีที่ทีมเกี่ยวข้องกับการติดสินบนผู้ตัดสินในเคลีก คลาสสิค

สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี เตรียมตัดสิทธิ์การเข้าร่วมเเข่งขันศึกเอเอฟซี เเชมเปี้ยนส์ลีก ของ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส ทีมแชมป์เก่าจากเกาหลีใต้ จากเหตุการณ์ทุจริตการแข่งขันและติดสินบนผู้ตัดสินในการแข่งขันฟุตบอลเค ลีก ในฤดูกาล 2013 และ 2014

จากคดีฉาวนี้อาจทำให้ ชุนบุค พลาดการลงเล่นในศึกชิงเจ้าแห่งสโมสรเอเชียในฤดูกาล 2017 ที่จะถึงนี้ เนื่องจาก เอเอฟซี มีมติว่าการพัวพันกับเรื่องดังกล่าวจะมีผลต่อการชิงแชมป์สโมสรเอเชียด้วย

ซึ่งถ้าเป็นตามคำตัดสินดังกล่าว เจจู ยูไนเต็ด จะได้รับสิทธิ์เลื่อนเข้ามาอยู่ในโถ 3 ของการจับฉลากการแข่งขันฤดูกาลนี้ ขณะที่ อุลซาน ฮุนได จะได้รับสิทธิ์มาเล่นในรายการนี้แทน ชุนบุค และจะอยู่ในโถที่ 4

แม้ เอเอฟซี จะไม่มีความเห็นเพิ่มเติ่มสำหรับเรื่องดังกล่าว ทว่าชุนบุคยังสามารถยื่นอุทรณ์ต่อศาลกีฬาได้ภายใน 10 วัน

ทั้งนี้ ในถ้วยชิงแชมป์สโมสรเอเชียเมื่อปีที่แล้ว ชุนบุคเอาชนะอัล ไอน์ ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2

คุยถึงตัว! “สุภโชค สารชาติ” ดาวจรัสแสงแห่ง “ทัพปราสาทสายฟ้า”


“ตอนนี้เขามีอายุแค่ 17 ปี แต่อีก 2 ปีข้างหน้า นี่จะเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในประเทศไทย” นั่นคือคำกล่าวของ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยพูดถึง “สุภโชค สารชาติ” ดาวรุ่งผลผลิตจาก อคาเดมี่สโมสร “ปราสาทสายฟ้า” เมื่อปี 2015

มาวันนี้ “เจ้าเช็ค” เติบโตขึ้นอีกหนึ่งปี ภายใต้การลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย แถมเกมล่าสุดที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุกถล่ม พนมเปญ คราวน์ เอฟซี จากกัมพูชา แบบสุดยับเยิน 6-0 ในศึกฟุตบอล ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรู ด้วยการจ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู และยิงเอง 2 ประตู คว้าแมน ออฟเดอะแมทช์ในเกมนี้ สร้างความประทับใจให้กับสาวก GU12 เป็นอย่างมาก

ซึ่งหลังเกมนายใหญ่แห่งปราสาทสายฟ้า ได้พูดถึงเจ้าตัวว่า “สำหรับสุภโชค หลังจากนี้ต้องสม่ำเสมอมากขึ้น และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองต่อไป ปีนี้บุรีรัมย์ดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาหลายคน ดีใจที่ทุกคนที่ขึ้นมามีผลงานดี และพร้อมที่จะเป็นตัวหลักให้บุรีรัมย์ต่อไปได้ 5-10 ปี ก็ดีใจที่ผลงานอคาเดมี่ของเราเริ่มออกดอกออกผลแล้ว ถือเป็นกำลังใจชั้นดี”

วันนี้เราลองไปทำความรู้จักกับเจ้าตัวกันว่า มีความเป็นมาอย่างไร ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน

ช็อกกลางคอร์ท! “แฟนน้องเมย์” ล้มฟุบระหว่างแข่งแบดมาเลเซีย

“ตะวัน” ปัณณวิชญ์ ทองน่วม นักแบดมินตันสโมสรแกรนนูลาร์ แฟนหนุ่มของ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ เกิดเป็นลมล้มฟุบไประหว่างการแข่งขัน แบดมินตัน “มาเลเซีย มาสเตอร์ กรังด์ปรีซ์ โกลด์” ที่เมืองซิบู รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา

นักตบลูกขนไก่วัย 21 ปี เกิดเป็นลมหมดสติในช่วงระหว่างการแข่งขัน แบดมินตัน “มาเลเซีย มาสเตอร์ กรังด์ปรีซ์ โกลด์” รอบสอง ที่พบกับ วิสนุ ยูริ พาสเซ็ตโย นักตบจากอินโดนีเซีย ในช่วงเกมแรก ทำให้ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขัน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด นายเจน ปิยะทัต ที่ปรึกษาสโมสรแบดมินตันแกรนนูลาร์ ต้นสังกัดของ “ตะวัน” ได้เผยว่าสาเหตุมาจากการที่นักแข่งหนุ่มเป็นลมพิษก่อนการแข่งขัน แต่ตัดสินใจฝืนลงแข่ง จนทำให้หน้ามืดล้มกลางสนาม ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้นำตัวส่งโรงพยาบาล และอาการดีขึ้นแล้ว

“ทีมเฉินหลง” ผงาดแชมป์ เอเชียน เลอมังส์ สนามช้างฯ

ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 สนาม 3 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร โดยมีรถแข่งรวมทั้งสิ้น 26 คัน จากทั้งหมด 5 รุ่น ซึ่งต้องดวลความเร็วแบบเอ็นดูรานซ์ หรือมาราธอน ห้ามดับเครื่องยนต์ต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมงเต็ม ออกสตาร์ทเวลา 12.15 น. สิ้นสุดการแข่งขันในเวลา 16.15 น.

ตำแหน่งโพลเรซนี้เป็นของรถแข่ง ออเรก้า 03 อาร์ นิสสัน หมายเลข 35 จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น LMP2 อย่าง แจ็คกี้ ชาน ดีซี เรซซิ่ง ซึ่งเป็นทีมแข่งของ เฉิน หลง ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู๊ดชาวฮ่องกง ที่ขับโดย โฮ ปิน ตุง (จีน), กุสตาโว เมเนเซส (อเมริกัน) และโทมัส โลรองต์ (ฝรั่งเศส) ขนาบข้างด้วยรถแข่ง ลิเจียร์ เจเอสพี 2 นิสสัน หมายเลข 25 จากทีม อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ขับโดย อันเดรีย โรด้า (อิตาเลียน), แม็ตต์ แม็คเมอร์รี (อเมริกัน) และอันเดรีย พิซซิโตลา (ฝรั่งเศส) ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ รถแข่ง ออเรก้า 03 อาร์ จูดด์ หมายเลข 8 จากทีม เรซ เพอร์ฟอร์มานซ์ ขับโดย สตรวน มัวร์ (อังกฤษ), ฟาเบียน ชิลเลอร์ (เยอรมัน) และจิออจิโอ แม็กกิ (สวิส)

โดย พอล กาญจนพาสน์ นักขับไทยอีกรายที่ลงแข่งในรุ่น จีที คัพ ร่วมกับ แกรม ดาวเซ็ตต์ (นิวซีแลนด์) และจอห์น เคร์ราน (ไอริช) ภายใต้สังกัด ทีม เอ็นแซด ได้ออกตัวจากกริดที่ 25 ส่วนทีมแข่งที่มีนักขับไทยล้วนอย่าง พีเอส เรซซิ่ง หมายเลข 68 ที่ขับโดย เมธาพันธ์ สุนทรเดช นักขับสาวคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ และธีระ ซอโสตถิกุล ทีมเมทจากสังกัด พีเอส เรซซิ่ง ได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 26

ออกสตาร์ทเรซด้วยการทะยานขึ้นนำของ แจ็คกี้ ชาน ดีซี เรซซิ่ง ที่ได้ออกตัวจากตำแหน่งโพล ก่อนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 4 ชั่วโมง นำม้วนเดียวจบด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 154 รอบสนาม คิดเป็นระยะทางทั้งสิ้น 701.316 กิโลเมตร ส่งผลให้ยอดทีมแข่งของซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู๊ดชาวฮ่องกง อย่าง เฉิน หลง ผงาดคว้าแชมป์รุ่น แอลเอ็มพีทู ในศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 สนามที่ 3 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง หมายเลข 25 ซึ่งมีโอกาสไล่บี้ผู้นำได้ในช่วง 30 นาทีสุดท้าย ทว่ากลับโดนลงโทษ สต็อป แอนด์ โก ส่งผลให้เสียเวลาไปกว่า 1 นาที ทำให้เสียโอกาสไล่ตามผู้นำก่อนจะจบเรซในอันดับ 2 ตามหลังแชมป์ 1 นาที 22.332 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 24 จากทีมเดียวกัน ซึ่งขับโดย ไมเคิล มุนมันน์ (เยอรมัน), คิม ทัคซุง (เกาหลี) และ มาร์ค แพ็ตเตอร์สัน (อเมริกัน) ตามหลังแชมป์ถึง 3 รอบสนาม

ส่วนแชมป์ในรุ่น แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของรถแข่ง จีเน็ตต้า แอลเอ็มพีทรี หมายเลข 4 จากทีม เออาร์ซี บราติสลาว่า ขับโดย มิโร โคน็อปก้า (สโลวาเกีย), ดาร์เรน เบิร์ก (อังกฤษ) และไมค์ ซิลป์สัน (อังกฤษ) ด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 146 รอบสนาม ขณะที่แชมป์ในรุ่น จีที ตกเป็นของรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 หมายเลข 5 จากทีม ดีเอช เรซซิ่ง ขับโดยสเตฟาน เลเมอเรต์ (เบลเยี่ยม), มิเคเล รูโกโล (อิตาเลียน) และแมทธิว แว็กซิวิแยร์ (ฝรั่งเศส) ด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 147 รอบสนาม คิดเป็นระยะทาง 669.438 กิโลเมตร

สำหรับ นักขับไทยอย่าง พอล กาญจนพาสน์ คว้าแชมป์ในรุ่น จีที คัพ ร่วมกับสังกัดเอ็นแซด เรซซิ่ง ได้สำเร็จหลังกรำศึกหนักร่วมกับทีม โดยเข้าเส้นชัยด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 128 รอบสนาม คิดเป็นระยะทาง 582.912 กิโลเมตร ส่วนทีมแข่งที่มีนักขับไทยล้วนอย่าง พีเอส เรซซิ่ง หมายเลข 68 ที่ขับโดย เมธาพันธ์ สุนทรเดช นักขับสาวคนแรกที่เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ และธีระ ซอโสตถิกุล ทีมเมทจากสังกัด พีเอส เรซซิ่ง พลาดชนตั้งแต่รอบที่ 7 ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2016-2017 ยังเหลือการแข่งขันอีก 1 สนาม โดยจะเดินทางไปดวลความเร็วที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 20-22 มกราคมนี้ ซึ่งแชมป์ประจำปีจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในศึก เลอมังส์ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ระดับตำนานของโลก

“ปิติ-คาร์โล” นำทีพี12 ลุย 5 สนามหินของยุโรป ศึกบล็องค์แปง จีที ซีรีส์ 2017

หลังจากที่ทำผลงานในระดับเอเชียได้อย่างน่าประทับใจในปี 2016 ที่ผ่านมา “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี นักขับชาวไทย และ คาร์โล แวน แดม นักขับชาวเนเธอร์แลนด์ แห่งทีม “ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต” ได้ประกาศความพร้อม เพื่อลุย 5 สนามสุดหินของซีรีย์บนดินแดนยุโรปในศึก “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ 2017”

พร้อมกันนี้ยังได้ เปิดตัวพาร์ทเนอร์ใหม่ “เคซเซล เรซซิ่ง” ทีมเซอร์วิสชื่อดังระดับโลก และ เปิดตัว “เฟอร์รารี 488 จีที 3” รถคู่ใจคันใหม่ สำหรับใช้ประชันความเร็วในฤดูกาล 2017

“ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต” ทีมรถแข่งสัญชาติไทย โดยมี 2 นักขับอย่าง “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี  และ คาร์โล แวน แดม  พร้อมด้วย ทีเซียน่า บอร์กี้ สปอร์ตไดเร็คเตอร์ “เคซเซล เรซซิ่ง” ร่วมแถลงข่าวความพร้อมการแข่งขันของทีม ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต ในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดตัวรถแข่งคันใหม่ เฟอร์รารี 488 จีที 3 ที่ร้าน Eight@ทองหล่อ รวมถึงการเปิดตัวพาร์ทเนอร์ใหม่ เคซเซล เรซซิ่ง ทีมเซอร์วิสระดับโลกที่จะร่วมงานกันตลอดฤดูกาล 2017 และผู้สนับสนุน  บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, คิง พาวเวอร์, ซีเอ็มวายเค คัลเลอร์, อัลไพน์สตาร์ส ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

“ปิติ ภิรมย์ภักดี” สร้างผลงานในปีที่ผ่านมาด้วยการ คว้าแชมป์จีที เอเชีย 2016 ที่ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการเข้าไปแข่งในเวทียุโรปด้วยว่า “ในฤดูกาลนี้เราจะเน้นไปที่การแข่งขัน บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ ซึ่งต้องขับใน 5 สนามสุดหินของยุโรป ซึ่งมีความยากมาก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของทีมรวมถึงจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน”

“ถือเป็นการยกระดับขึ้นไปอีกก้าวของเรา ซึ่งในฐานะนักแข่งคนหนึ่งการได้มีโอกาสลงแข่งในสนามที่ยุโรปเป็นสุดยอดที่สุด โดยเฉพาะ บล็องค์แปง จีที ในปีนี้”

สำหรับเป้าหมายในฤดูกาล 2017 นักขับทีมทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “การที่เลือก บล็องค์แปง สำหรับนักขับจากเอเชียไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขึ้นโพเดี้ยมที่นั่น เพราะเป็นสนามที่เหล่านักขับยุโรปมีความคุ้นเคยกับสภาพสนามและภูมิอากาศเป็นอย่างดี”

“ซึ่งแต่ละทีมที่ร่วมแข่งขันต่างก็มีทีมเซอร์วิซที่ดี โดยปีนี้การที่ทีมเราได้ เคซเซลเรซซิ่ง ที่เป็นทีมงานระดับโลก มาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลเรื่องการเตรียมรถและทีมเซอร์วิสทั้งหมด”

“ซึ่ง เคซเซล เองก็เชื่อมั่นในทีมนักขับคนไทยจึงได้มาร่วมงานกัน ทำให้ลบจุดอ่อนด้านนี้ของทีมเราได้เป็นอย่างดี ส่วนทีมงานที่ดูแลนักขับทั้ง ผมและคาร์โล จะเป็นทีมคนไทยทั้งหมดซึ่งมีความคุ้นเคยและรู้ใจกันดี เชื่อว่าเราจะมีโอกาสขึ้นโพเดี้ยมได้ทุกสนาม”

ในฤดูกาล 2017 ทีพี 12 มอเตอร์สปอร์ต จะร่วมงานกับ เคซเซล เรซซิ่ง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแข่งขัน “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ” ที่จะต้องแข่งขันกันทั้งหมด 5 สนามสุดหิน

เริ่มจาก 1-2 เม.ย. ที่มิซาโน ในอิตาลี, 6-7 พ.ค. , ที่แบรนด์ส แฮทช์ ในอังกฤษ, 2-4 มิ.ย. ที่โซเดอร์ เบลเยี่ยม , 25-27 ส.ค. ที่บูดาเปสท์ ฮังการี และ 15-17 ก.ย. ที่นูร์เบิร์กริง ในเยอรมนี “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์ คัพ”

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมาการแข่งขันรถแข่ง “บล็องค์แปง จีที ซีรีส์” เป็นรายการแข่งรถซูเปอร์คาร์รายการใหญ่ในยุโรป มีทีมแข่งทั่วโลกกว่า 50 ทีม ร่วมชิงชัย

ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : “เกือบครึ่งร้อย”

“เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?” นี้คือถามที่รู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับผลการลงมติสนับสนุนเพิ่มทีมแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย จากปัจจุบันที่มี 32 ทีม เป็น 48 ทีมของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติหรือฟีฟ่าซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2026 หรืออีก 9 ปีข้างหน้า

เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ผลักดันโดย “จานนี่ อินฟานติโน่” ประมุขลูกหนังโลกคนปัจจุบัน ที่เคยพูดไว้ตอนหาเสียง ด้วยเหตุผลจากปากของเจ้าตัวที่ต้องการให้ชาติที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจลูกหนังหรือชาติเล็ก มีโอกาสในการเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มากขึ้น ไม่ได้มีแต่ยอดทีมจากทวีปยุโรปหรือจากทวีปอเมริกาใต้

ที่สำคัญคือรูปแบบของการแข่งขันในตอนที่มี 48 ทีม เบื้องต้น รอบแรกของรอบสุดท้ายจะแบ่งเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม เพื่อหาทีมอันดับ 1 กับ 2 ของกลุ่มเข้าไปเล่นในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะเป็นเหมือนรูปแบบเดิมซึ่งได้ 2 ทีมจากแต่ละกลุ่มในรอบนี้เพื่อเข้าสู่รอบตัดเชือกต่อไป

พูดง่ายๆคือ เพิ่มรอบการแข่งขันขึ้นมาอีก 2 นัด สำหรับทุกทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้ หรือทีมที่ตกรอบแรกอย่างน้อยๆก็ได้ลงสนาม 2 นัด

หลายคนอาจจะมองว่าเหตุผลที่ทาง “อินฟานติโน่” และฟีฟ่าพยายามผลักดันเรื่องนี้คือเรื่องของ “รายได้” ที่ถูกมองว่าจะสามารถสร้างกำไรให้กับองค์กรลูกหนังโลกมหาศาลมากกว่าเดิม แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ที่เพิ่มทีมไม่ใช้เพราะเรื่องของ “เงิน” เป็นหลัก

ส่วนเรื่องของช่วงระยะเวลาของทัวร์นาเมนต์หรือการแข่งขันจากรอบแรกไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ยังคงเป็นเดือนนึงเหมือนเดิม และคงต้องรอรายละเอียดอื่นๆหลังการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในครั้งต่อไป

ความเห็นหลังจากทราบการลงมติของฟีฟ่าของหลายๆชาติหรือบุคคลในวงการลูกมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) ไม่ค่อยเห็นด้วย เนื่องจากมองว่าจะทำให้ทัวร์นาเมนต์ดูง่ายเกิน จนไม่มีความท้าทาย ใครๆก็ผ่านเข้ารอบได้

หรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่มองว่าควรจะลองพูดคุย ถามความเห็นของคนในวงการลูกหนังอย่าง “นักฟุตบอล” “โค้ช” หรือ “แฟนฟุตบอล” ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ เพราะมองว่า “ตัดสินใจเร็ว” เกินไปหน่อย

ในขณะที่ฝั่งเห็นด้วยมี เสือเตี้ย “ดิเอโก้ มาราโดน่า” ตำนานพระเจ้าลูกหนังชาวอาร์เจนติน่า มองว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะจะทำให้หลายประเทศที่ไม่เคยเข้ารอบสุดท้ายมาก่อน มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย สิ่งที่จะกลายเป็นที่ถกเถียงตามมาคือโควต้าของชาติในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียที่ถือว่าเป็นภูมิภาคใหญ่ แต่ในปัจจุบันได้โควต้าเพียงแค่ 4.5 ทีมเท่านั้น ซึ่งก็มีข่าวลือเหมือนกันว่าอาจจะได้เพิ่มโควต้ามาเป็น 8.5 ทีมเลยทีเดียว

หรือภูมิภาคแอฟริกาที่มีหลายประเทศแต่ได้โควต้า 5 ทีมก็มีข่าวว่าอาจจะเพิ่มเป็น 9 ทีม เรื่องนี้คงต้องรอดูต่อกันว่า การจัดการ รูปแบบของการแข่งขันและที่สำคัญคือโควต้าของแต่ละภูมิภาคจะออกมาแบบไหน

แต่ที่แน่ๆ การเพิ่มทีมในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย คงทำให้ชาติสารขันธ์ในภูมิภาคอาเซียนที่ฝันยิ่งใหญ่มาตลอดว่าจะไปฟุตบอลโลกให้ได้สักครั้ง มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเป็นจริงครับ

เปิดศึกช้างอาเซียนทัวร์! “ปราสาทสายฟ้า” พร้อมดวล “ยะโฮร์”

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมดวล ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ทีมแกร่งจากแดนเสือเหลือง ประเดิมศึกฟุตบอลช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 เปิดสนามให้เข้าชมฟรี รายการได้จากการบริจาคจะนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ ทรูโฟร์ยู ยิงสด คิกออฟ 19.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2560

ความเคลื่อนไหวศึกฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017” เกมแรก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ทีมแชมป์ลีกมาเลเซีย อดีตแชมป์เอเอฟซี คัพ 2015 ที่สนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม คิกออฟเวลา 19.00 น.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 ที่ห้องแถลงข่าวสนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม ได้มีการแถลงความพร้อมก่อนเกม โดยทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง รันโก โพโพวิช หัวหน้าผู้ฝึกสอน และสุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีม เข้าร่วม ด้าน ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ส่ง โรแบร์โต โกเมซ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และดาร์เรน ลอค เข้าร่วมแถลงข่าว

รันโก โพโพวิช เปิดเผยว่า เกมนี้ถือเป็นเกมใหญ่ เป็นเกมอุนเครื่องระดับชาติ เราพร้อมที่จะเล่นอย่างเต็มที่เกมนี้สนุกแน่นอน เพราะเราเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่ง และเป็นอีก 1 ทีมใหญ่อย่าง ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ที่เป็นถึงอดีตแชมป์เอเอฟซี คัพ ซึ่งเป็นฟุตบอลถ้วยระดับเอเชีย ทีมที่จะก้าวไปถึงตรงนั้นได้ต้องเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอสมควร ซึ่งก็เป็นการดีในการเตรียมทีมของพวกเรา

ด้าน สุเชาว์ นุชนุ่ม เปิดเผยว่า เรามีเกมอย่างเป็นทางการมาแล้ว 2 เกม เกมนี้กับ ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม เราทุกคนพร้อมที่จะเล่นเต็มที่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรเราก็จะประมาททีมที่แข็งแกร่งอย่างเขาไม่ได้ ก็อยากจะฝากแฟนๆ ให้เข้ามาช่วยกันเชียร์พวกเราด้วย เกมนี้เข้าชมการแข่งขันฟรี แต่จะมีการรับบริจาค เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้อีกด้วย

ส่วน โรแบร์โต โกเมซ เผยว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้มาที่นี่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งแค่ไหน เราก็อยากที่จะเอาชนะให้ได้เช่นกัน เกมนี้รับรองว่าจะเป็นเกมที่สนุกแน่นอน

ขณะที่ ดาร์เรน ลอค เผยว่า เกมนัดนี้จะเป็นการวัดความสามารถของทั้ง 2 ทีม ที่กำลังเตรียมจะเข้าสู่การแข่งขันอย่างเป็นทางการของตัวเอง เชื่อว่าทุกคนจะใส่เต็มร้อย และแฟนบอลจะได้เห็นเกมที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน

สำหรับฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ “ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017” เกมแรก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ยะโฮร์ ดารุล ทาซิม ทีมแชมป์ลีกมาเลเซีย จะมีขึ้นที่สนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม คิกออฟเวลา 19.00 น. ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ถ่ายทอดสดให้ได้ชมทั่วประเทศ